กลับหน้าหลัก

ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์

องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา

ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์

ระยะเวลา

2564 - ปัจจุบัน

บทบาท

ผู้ประสานงาน ขับเคลื่อน และดูแลระบบ

สถานะ

ใช้งานอยู่

รายละเอียดโครงการ

อบจ.นม. เล็งเห็นถึงปัญหาความล่าช้า ความซ้ำซ้อน และภาระงานด้านเอกสารในระบบสารบรรณแบบเดิมที่ต้องใช้เอกสารกระดาษจำนวนมาก ทั้งยังต้องใช้เวลาในการเดินหนังสือและลงทะเบียนเอกสารในแต่ละฝ่ายจำนวนมากจึงได้ดำเนินการจัดหานวัตกรรมมาใช้งาน เพื่อให้การปฏิบัติงานรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ลดขั้นตอน และรองรับการทำงานนอกสถานที่ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาการใช้งาน “ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban)” เพื่อยกระดับกระบวนการทำงานราชการให้ทันสมัย สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ประชาชน โดยขอความอนุเคราะห์ใช้งานผ่านสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล จำกัด (สพร.) เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2564

คุณสมบัติหลัก

  • การรับ–ส่งหนังสือราชการภายในและภายนอกแบบออนไลน์
  • การออกเลขหนังสืออัตโนมัติ พร้อมระบบบันทึกทะเบียน
  • การลงนามและสั่งการผ่านระบบ (e-Signature)
  • การเวียนหนังสือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแบบเรียลไทม์
  • ระบบค้นหาและจัดเก็บหนังสือย้อนหลัง พร้อมไฟล์แนบ
  • มีเทมเพลตหนังสือราชการตามระเบียบ พร้อมใช้งานทันที

กระบวนการทำงาน

  • เจ้าหน้าที่พิมพ์หนังสือผ่านระบบ พร้อมเลือกเทมเพลตตามหมวดหมู่หนังสือราชการ
  • ออกเลขหนังสืออัตโนมัติ พร้อมบันทึกลงทะเบียนในระบบ
  • ผู้บริหารตรวจสอบและลงนามผ่านระบบ e-Signature ได้จากทุกที่
  • ระบบเวียนหนังสือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมบันทึกการรับทราบ
  • สามารถติดตามสถานะหนังสือทุกฉบับได้แบบเรียลไทม์
  • หนังสือและไฟล์แนบจะถูกจัดเก็บในระบบ และสามารถค้นหาได้ตลอดเวลา

ผลลัพธ์

ผลลัพธ์เชิงปริมาณ

  • ลดการใช้กระดาษ ในการรับ–ส่งหนังสือราชการลง
  • ลดระยะเวลา ในการเดินหนังสือราชการลง ในการรับ–ส่งหนังสือภายในองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา
  • ลดการเดินทาง เพื่อจัดส่งหนังสือราชการ โดยเฉพาะในกรณีของหน่วยงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมามีขนาดพื้นที่ใหญ่ การใช้ระบบ e-Saraban ช่วยลดความจำเป็นในการเดินทาง ส่งผลให้เกิดการประหยัดพลังงาน ลดภาระด้านเวลา และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารงานสารบรรณอย่างเป็นระบบ

ผลลัพธ์เชิงคุณภาพ

  • บุคลากรมีความพึงพอใจต่อระบบในระดับ “มากถึงมากที่สุด” โดยเฉลี่ย 4.6 เต็ม 5 ตามแบบประเมินความพึงพอใจ
  • ส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กรดิจิทัล (Digital Office) ให้เป็นที่ยอมรับขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
  • สร้างรูปแบบการทำงานที่โปร่งใส ตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกขั้นตอน
  • ได้รับความไว้ใจจาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าศึกษาดูงานการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์